เปิดวิสัยทัศน์ “สุรศักดิ์” รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กับการยกเครื่องท่องเที่ยวไทย
เปิดวิสัยทัศน์ “สุรศักดิ์” ยกเครื่องท่องเที่ยวไทย เน้นรายได้มากกว่าปริมาณ คัดกรองนักท่องเที่ยวคุณภาพ ดันเที่ยวไทย 365 วัน-ชู Wellness Tourism
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยกับ PPTV ถึงวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยและการพัฒนากีฬา ภายใต้นโยบายรัฐบาลที่มุ่งยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยว สร้างรายได้มากกว่าปริมาณ กระจายรายได้สู่ชุมชน พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างกระทรวงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
โดยกล่าวว่า แนวทางการทำงานของกระทรวงสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการปรับโครงสร้างการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในมิติของการท่องเที่ยวและกีฬา
สำหรับภาคการท่องเที่ยว เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับมาตรฐานการบริการ ความปลอดภัย และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยจะเน้นรายได้และคุณภาพมากกว่าการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว
ขณะเดียวกัน จะผลักดันการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชน การดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยว และส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยในระยะต่อไป
ดันท่องเที่ยวยั่งยืน ชุมชนต้องได้ประโยชน์ร่วม
นายสุรศักดิ์ระบุว่า ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อชุมชนในพื้นที่ท่องเที่ยวได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง เมื่อชุมชนมีส่วนร่วมและมีรายได้จากการท่องเที่ยว ก็จะเกิดแรงจูงใจในการดูแลรักษาทรัพยากรและแหล่งท่องเที่ยวให้คงอยู่ในสภาพที่ดี
ดังนั้นภาครัฐจะต้องเข้าไปบริหารจัดการ ทั้งในด้านงบประมาณ การสร้างรายได้ และการเพิ่มผลประโยชน์ให้ชุมชน เพื่อให้การท่องเที่ยวเติบโตควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรในระยะยาว
ปรับระบบวีซ่า คัดกรองนักท่องเที่ยวคุณภาพ
นายสุรศักดิ์ กล่าวถึงแนวทางคัดกรองนักท่องเที่ยวว่า คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการยกเลิกการพำนักโดยไม่ต้องขอวีซ่านาน 60 วัน หรือ “ผ.60” แล้ว โดยรายละเอียดและช่วงเวลาการบังคับใช้จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศพิจารณา
ทั้งนี้ รัฐบาลจะพิจารณาเงื่อนไขวีซ่าเป็นรายประเทศ โดยคำนึงถึงหลายมิติ ทั้งด้านความมั่นคง การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ บางประเทศอาจได้รับการปรับลดระยะเวลาพำนัก ขณะที่บางประเทศอาจมีการพิจารณาเพิ่มสิทธิหากมีความเหมาะสม
เป้าหมายของฟรีวีซ่าคือดึงนักท่องเที่ยว ไม่ใช่ดึงอาชญากร สแกมเมอร์ หรือผู้ที่เข้ามาเพื่อทำกิจกรรมผิดกฎหมาย การคัดกรองผ่านระบบวีซ่าจะช่วยคัดกรองได้ในระดับหนึ่ง แม้จะไม่ใช่ทั้งหมดก็ตาม
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดปรับโครงสร้างวีซ่าท่องเที่ยวให้แต่ละประเทศมีวีซ่าท่องเที่ยวเพียงประเภทเดียว เพื่อลดความซับซ้อนและสร้างความชัดเจนมากขึ้น
ย้ำจีนยังเป็นตลาดสำคัญ แต่ต้องคำนึงถึงความมั่นคง
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะตอบว่าจีนจะได้รับผลกระทบจากการปรับมาตรการวีซ่าหรือไม่ เพราะต้องรอการพิจารณาอย่างรอบด้านของคณะกรรมการนโยบายตรวจลงตรา อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าจีนยังเป็นตลาดนักท่องเที่ยวสำคัญของไทย เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก
ล่าสุดได้หารือกับเอกอัครราชทูตจีน ซึ่งยืนยันว่ารัฐบาลจีนพร้อมให้ความร่วมมือกับไทยในการปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทุนศูนย์เหรียญ สแกมเมอร์ หรือนอมินี ขณะเดียวกัน จีนก็ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมายังประเทศไทยด้วยเช่นกัน
ดันนโยบาย “เที่ยวไทย 365 วัน” เที่ยวได้ทุกฤดูกาล
แนวคิด “เที่ยวไทย 365 วัน” ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสุรศักดิ์ระบุว่า ไม่ได้หมายถึงการให้คนคนหนึ่งเดินทางท่องเที่ยวตลอดทั้งปี แต่หมายถึงการทำให้ประเทศไทยมีจุดหมายท่องเที่ยวรองรับได้ทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นฤดูฝน ฤดูหนาว หรือฤดูร้อน แต่ละช่วงต่างมีเสน่ห์และอัตลักษณ์ที่แตกต่างกัน
โดยภาครัฐจะเข้าไปสนับสนุนกิจกรรม อีเวนต์ และการทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางตลอดทั้งปี ลดปัญหาฤดูกาลท่องเที่ยวสูงสุดและต่ำสุด
ขณะนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกรมการท่องเที่ยว ได้เริ่มดำเนินการจัดทำแคมเปญต่างๆ แล้ว และเตรียมที่จะทยอยเปิดตัวในเร็วๆ นี้อีกด้วย
“การท่องเที่ยว” ยังเป็นเครื่องยนต์หลักเศรษฐกิจไทย
นายสุรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เพราะสร้างรายได้ การจ้างงาน และกระจายเม็ดเงินไปยังภาคส่วนต่างๆ ในวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมนักท่องเที่ยวทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป การท่องเที่ยวในอนาคตจึงไม่ใช่เพียงการพักผ่อน แต่ต้องมอบประสบการณ์ใหม่ การเรียนรู้ และคุณค่าที่แตกต่างให้กับนักท่องเที่ยวด้วย
ตั้งเป้ารายได้กลับสู่ระดับก่อนโควิด แม้จำนวนนักท่องเที่ยวอาจไม่เท่าเดิม
อย่างไรก็ตาม ปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเกือบ 40 ล้านคน และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวราว 2.9 ล้านล้านบาท ถือเป็นสถิติสูงสุดของประเทศ และแม้ปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวยังไม่กลับไปสู่ระดับดังกล่าว แต่รัฐบาลต้องการผลักดันให้รายได้รวมจากการท่องเที่ยวกลับไปแตะระดับ 2.9 ล้านล้านบาทอีกครั้ง
โดยจะมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อหัว ส่งเสริมการพักค้างคืน และดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพมากขึ้น มากกว่าการแข่งขันด้านปริมาณเพียงอย่างเดียว
ชู Wellness Tourism จุดแข็งใหม่ของไทย
นอกจากนี้ นายสุรศักดิ์ มองว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Wellness Tourism เนื่องจากไทยมีมาตรฐานด้านการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค ประกอบกับมีทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสถานที่พักผ่อนที่โดดเด่น
ปัจจุบันกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึง ททท. กำลังผลักดันเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง ทั้งด้านการพัฒนาผู้ประกอบการ การสร้างองค์ความรู้ และการขยายตลาดใหม่ เพื่อใช้ Wellness เป็นอีกหนึ่งจุดขายสำคัญของประเทศ
เตรียมคืนชีพมาตรการ Co-payment กระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ
ทั้งนี้ นายสุรศักดิ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังเตรียมนำมาตรการลักษณะ Co-payment หรือโครงการร่วมจ่ายแบบ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” หรือ “เราเที่ยวด้วยกัน” กลับมาใช้อีกครั้งภายในปีนี้ โดยจะมีการปรับเงื่อนไขบางส่วนให้เหมาะสมมากขึ้น เน้น 3 หลักสำคัญ ได้แก่
1.)กระจายประโยชน์ถึงผู้ประกอบการตัวจริง
2.)ป้องกันการทุจริต
3.)ใช้งานง่ายและไม่ซับซ้อน
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดสนับสนุนผู้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น เพื่อส่งเสริมการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ดี นายสุรศักดิ์ ยืนยันว่า รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเมืองรองอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเมืองหลักหลายแห่งเริ่มเผชิญปัญหาความแออัดจากนักท่องเที่ยว
แนวทางสำคัญคือการเชื่อมโยงเส้นทางระหว่างเมืองหลักและเมืองรอง เพื่อส่งต่อนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่พื้นที่ต่างๆ มากขึ้น แม้ยอมรับว่าเมืองรองยังมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานและความพร้อมเมื่อเทียบกับเมืองหลัก แต่ภาครัฐจะพยายามสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มศักยภาพให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้นในอนาคต
หนุนแยกกระทรวงกีฬา ยกระดับวิทยาศาสตร์การกีฬา
ในส่วนของการกีฬา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของประเทศ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า การแยกกระทรวงกีฬาออกมาเป็นหน่วยงานเฉพาะ เป็นนโยบายที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อรัฐสภาไว้แล้ว โดยเชื่อว่าการมี “กระทรวงกีฬา” จะช่วยให้การพัฒนากีฬาเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา เวชศาสตร์การกีฬา การพัฒนานักกีฬา และการจัดสรรงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมทั้งมีแนวคิดจัดตั้งหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาโดยเฉพาะ เพื่อรวมบุคลากร เครื่องมือ และองค์ความรู้ที่ปัจจุบันกระจายอยู่หลายหน่วยงานให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ
พร้อมระบุว่า ปัจจุบันกองทุนกีฬามีแนวโน้มได้รับรายได้ลดลง เนื่องจากรายได้หลักมาจากภาษีสุราและยาสูบ ซึ่งการบริโภคลดลงถือเป็นผลดีต่อสุขภาพประชาชน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจำเป็นต้องหาช่องทางรายได้ใหม่เพื่อสนับสนุนวงการกีฬา
พร้อมทั้งวางหลักเกณฑ์จัดสรรงบประมาณให้สมาคมกีฬาต่างๆ อย่างชัดเจน ผ่านตัวชี้วัดและเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ทุกสมาคมทราบล่วงหน้าว่าจะได้รับการสนับสนุนในระดับใด
บอลโลก 2026 ราคาแพงเกินไป ต้องพิจารณาความคุ้มค่า
สำหรับประเด็นลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก นายสุรศักดิ์กล่าวว่า หากประเทศไทยต้องใช้งบประมาณราว 1,700 ล้านบาท ถือเป็นตัวเลขที่สูงมากและต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
ทั้งนี้ รัฐบาลกำลังพิจารณาว่างบประมาณจำนวนดังกล่าวควรนำไปใช้ในรูปแบบใดจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและวงการกีฬา
เตรียมจัด “Prime Minister Cup” ค้นหาดาวรุ่งฟุตบอลทั่วประเทศ
ทั้งนี้ กระทรวงฯเตรียมจัดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน ที่มีชื่อว่า “Prime Minister Cup” ครอบคลุมทุกอำเภอทั่วประเทศ โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนรวมทีมได้อย่างอิสระ ไม่จำกัดเฉพาะทีมโรงเรียน
โดยการแข่งขันจะคัดเลือกจากระดับอำเภอ สู่ระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ พร้อมมีแมวมองและโค้ชจากสมาคมฟุตบอลเข้าไปติดตามและค้นหานักกีฬาที่มีศักยภาพเพื่อพัฒนาสู่ระดับอาชีพในอนาคต
นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดกิจกรรมและการแข่งขันกีฬาเยาวชนประเภทอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับการพัฒนากีฬาไทยอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะเริ่มเปิดรับสมัครในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2569 นี้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB